Archives for กรกฎาคม, 2556

image-469

เลียนแบบ

เว็บไซต์ Vittarot เปิดมาไม่นาน แต่ก็รู้สึกว่าการเขียนช่างยากเย็นเสียจริงๆ ตอนนี้ผมนั่งอยู่หน้าคีย์บอร์ดพร้อมกับหน้ากระดาษเปล่า พยายามเขียนอะไรซักอย่างให้รู้สึกว่าเรายังสามารถเขียนได้ แต่จนแล้วจนรอดหลายต่อหลายวันก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนอย่างไรดี นึกถึงนักเขียนรุ่นใหญ่ๆอยากคุณสมคิด ลวางกูร, วินทร์ เลียววาริณ, นิ้วกลม หรือไอดอลของผม คุณแสงจันทร์ (ผู้เขียนนิยายเรื่อง Last Fantasy) ก็รู้สึกชื่นชมว่าทำไมนักเขียนรุ่นใหญ่ๆมีแรงบันดาลใจมากเหลือเกิน เขาเอาจินตนาการและไอเดียมาจากไหน ทำไมงานเขียนของเขาถึงสามารถกระชากใจคนให้หล่นลงไปในรูแห่งจินตนาการที่พวกเขาขุดขึ้นมาได้อย่างนุ่มนวลและได้รับการยอมรับในวงกว้าง ถึงแม้ผมจะซื้อหนังสือดังๆมาอ่านและพยายามเลียนแบบ ก็ดูเหมือนผมจะไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควรเลย แน่นอน ผมจะเป็นเหมือนเขาได้อย่างไร ก็ผมไม่ได้คนเหล่านัั้นนี่ คุณก็เช่นกัน บนโลกนี้ไม่มีใครรักเราได้มากกว่าไปกว่าความรักที่เรามีให้ตัวเองอีกแ่ล้ว นั่นคือความจริง แต่น่าแปลก ผมมองว่าสมการบางอย่างมันดูผิดแปลกไปจากโลกใบนี้ไปหมด ทำไมเราจะต้องทำร้ายตัวเองเมื่ออกหัก ทำไมเรายอมทำทุกอย่างเพื่อนายจ้างแต่กับพ่อแ่ม่ไม่ ทำไมเรายอมทำตามความฝันของคนอื่นอย่างเต็มใจแต่ไม่ยอมทำตามความฝันตัวเอง ...
image-507

5 ข้อดีของการไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา

ตั้งแต่เล็กจนโตใครกล้าปฏิเสธว่าสังคมเราไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์หรือแม้แต่ลูกอมยังมีคำพยากรณ์สอดไส้เอาไว้เพื่อชูโรงและเป็นตัวเลือกสำหรับสร้างจุดขาย กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เราอ่านคำทำนายตามราศีแล้วนั่งเฝ้ารอสิ่งดีๆตามที่ผู้ทำนายเขียนเอาไว้ รอเท่าไหร่มันก็ไม่มา จนกระทั่งผู้ทำนายออกปักษ์ใหม่อีกแล้ว กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เราไปหาหมอดูด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาว่าจะทำอะไรซักอย่างตามฝันแต่หมอดูทักว่าอย่าทำเลย ทำไปก็มีแต่เสียกับเสีย ถ้าเราเป็นสังคมที่มีศาสนาแห่งปัญญาจริง ลองเดิมพันความเชื่อดูสักตั้งไหมครับ จะดีแค่ไหนถ้าเราเป็นอิสระ อยากทำอะไรก็สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้โดยไม่ต้องง้อโชคชะตาราศี อยากเป็นนักร้องแต่ดวงไม่ให้ อยากเป็นหมอแต่ดวงดาวบอกเป็นทนายรุ่งกว่า อยากไปต่างประเทศแต่ไม่มีไพ่บอกว่าจะได้ไป ถ้าอยากทำอะไรแล้วดวงชะตาบอกว่าไม่ได้ แล้วไงหละ นี่คือ 5 ข้อดีของการไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา 1. เรามีสิทธิ์จะเติมเต็มชีวิตด้วยความฝันอย่างไรก็ได้ อย่างที่ได้เขียนไปในข้างต้น ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน หมอ ทหาร พ่อครัว นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งนักลงทุน นักเล่นทอง นักธุรกิจ ...
image-461

ยอดมนุษย์…บัดซบ

วินาทีที่ผมรู้ว่ารถของผมโดนทุบกระจก หัวใจผมหล่นลูบลงมาที่กลางพื้น เศษกระจกสาดเต็มพื้น ผมชะโงกหน้ามองผ่านประตูรถที่ไม่มีอะไรกีดกั้น เห็นกระจกถูกทุบเป็นแผ่นละเอียดกองอยู่ที่เบาะหลัง ผมจินตนาการภาพเจ้าคนร้ายมันมาดอดมองรถผม เอาอะไรสักอย่างกระแทกจนมันเป็นอย่างนี้ บัดซบ ค่ำคืนก่อนเกิดเหตุผมขับรถไปส่งแฟนไปทำงานแต่งหน้านักศึกษารับปริญญา หลังจากที่เสร็จภารกิจเราขับรถกลับบ้านมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย มันเป็นเวลาใกล้หกโมงเช้า เราสองคนลงความเห็นกันว่ากระเป๋าเครื่องสำอางค์ไว้บนรถก็ได้ เหตุเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงผมก็ต้องขับรถไปส่งแฟนทำงานอีกที่หนึ่ง นี่เป็นการกลับบ้านพักผ่อนเอาแรงเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น พ่อผมเป็นคนเห็นสภาพรถเป็นคนแรก ตามมาด้วยพี่ผม และตัวผมเอง เมื่อพวกเราดูภาพพวกมันจากกล้องวงจรปิด ผมค้นพบว่าคนร้ายขับมอเตอร์ไซด์มากัน 2 คน คนหนึ่งขับ คนหนึ่งซ้อน มันส่องรถทุกคันด้วยไฟฉายจนกระทั่งมาเจอคันที่มีสิ่งของอยู่ในรถ ซึ่งก็คือรถของผม ที่ไม่น่าเชื่อก็คือเหตุการณ์เกิดขึ้นตอน 6 โมง 15 นาที นั่นเป็นเวลาที่เช้าก็จริง แต่ส่วนใหญ่คนตื่นนอนกันแล้ว ...
image-422

เรียนต่อปริญญาโทดีมั้ย?

คุณโนะอายุ 39 ปี เธอเป็นคนเก่ง ขยัน และมีความสามารถ แต่เป็นธรรมดาของการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิตที่เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง หัวใจของเธอก็เริ่มร่ำร้องที่ต้องการจะเป็นอิสระจากระบบเจ้านายลูกน้อง และมีความปรารถนาที่จะเป็น Entrepreneur แต่คุณโนะเธอก็เหมือนพนักงานบริษัททั่วไปนั่นแหละครับ คือเธอต้องการมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอมี ประเด็นแรกสุดที่เธอเริ่มสงสัยเกี่ยวกับตัวเองคือ 'ตกลงแล้ว เธอรักที่จะเป็นอะไรกันแน่?' เธอทำงานประจำตั้งแต่เรียนจบ แล้วก็เฝ้าฝันว่าสักวันต้องต้องมีวันของเธอ วันที่เธอไม่ต้องตื่นแต่เช้าและกลับบ้านดึกดื่นค่ำมืด ชีวิตที่ไม่ต้องร่ำรวยเฉพาะวันเงินเดือนออก ชีวิตที่เป็นอิสระจากการเดินตามความฝันของคนอื่น เธอเพียรพยายามค้นหาคำตอบ ถามตัวเองมานานหลายปีเกี่ยวกับชีวิตการทำงานที่เหลือของเธอ และแน่นอนครับ เธอก็ลงเอยเหมือนกับพนักงานส่วนใหญ่เป็น คือเธอไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไร? นานวันเข้าจากความต้องการอันแน่วแน่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความลังเล จังหวะเวลาที่เธอรอคอยไอเดียนั้นใช้เวลานานเกินไป เธอเริ่มแช่แข็งตัวเองด้วยการทำงานแบบขอให้ผ่านไปวันๆ ความกังวลเรื่องอนาคตของคุณโนะถูกปกปิดด้วยการทำงานในปัจจุบันอย่างเต็มที่ ทั้งๆที่หัวใจของคุณโนะเหนื่อยล้าเต็มที่ ขอบคุณรูปภาพจาก ...