stop-634941_960_720

หลายท่านอาจสับสน คนที่คิดจะเป็น Tarot Reader จะต้องเป็นผู้ช่วยเหลือคน แล้วทำไมวิชญ์ถึงได้จั่วหัวว่าห้ามดูไพ่ให้ใครฟรี อย่างนี้ไม่ออกแนวหน้าเลือดไปหน่อยหรือ ขอย้ำเลยว่าการเก็บเงินเพื่อดูไพ่ทาโรต์ เป็นไปเพื่อปกป้องความสุขของตัวคุณเองครับ เพราะคนไทยมักมองว่าของฟรีส่วนใหญ่ไร้ค่าเสมอ

การที่เราจะเป็นอะไรซักอย่าง มันต้องใช้ทรัพยากรทั้งแรงกายและแรงใจต่อเนื่องเพื่อฝึกฝน หากคุณเป็นนักอ่านไพ่มือใหม่ การดูไพ่ฟรีฟังเป็นข้อเสนอที่ดีในการทดลองวิชาไพ่ทาโรต์ คุณอาจจะยังสนุกตื่นเต้นที่ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆในฐานะผู้ฝึก แต่เมื่อนานๆไป ผู้รับจะไม่มองว่าคุณเป็นพ่อพระที่เสียเวลามาให้คำปรึกษาเขาอีกต่อไป แต่เป็นมุมมองที่ว่าทำไมมึงไม่ยอมช่วยกูเหมือนเดิม

ถ้าคุณได้ติดตามแฟนเพจของคนระดับเศรษฐีในไทย คุณจะเห็นว่ามีคอมเม้นท์มากมายที่ขอเงินเศรษฐีเหล่านั้นด้วยเหตุผลพื้นๆ อยากได้บ้าน อยากได้เงินลงทุน อยากได้นู่นได้นี่แต่ไม่ยอมสร้างเอง ทั้งๆที่ใน Facebook ของคนร้องขอเหล่านั้นกินดี อยู่ดี เที่ยวดี อวดแต่ของดีๆ เวลาเศรษฐีเหล่านั้นเอาเงินไปลงทุนทำธุรกิจ ก็มักจะมีคอมเม้นท์กระแนะกระแหนว่าทำไมไม่เอาไปช่วยคนจน คนด้อยโอกาส มันจะมีประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าเอาเงินไปต่อเงิน มุมมองที่ปลูกฝังมาแต่อดีตที่ว่า “คนรวยที่ไม่ยอมแจกเงินให้คนจนคือคนไม่ดี” นั้นเป็นสิ่งที่หยั่งรากเกินกว่าจะแก้ไข

แม้กระทั่งการอ่านไพ่ทาโรต์

ผมเคยต้องตกใจตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์จอสีแบบปุ่มกดตอนตี 5 ทันทีที่รับเพราะคิดว่ามีเหตุด่วนเหตุร้าย ผมก็ได้ยินแต่เสียงร้องไห้อันน่าโหยหวน นึกว่าผีหลอก ตาสว่างเลย ที่ไหนได้ เธอโทรมาเพราะอยากให้ดูไพ่ให้ สาเหตุคือคนรักของเธอทิ้งเธอไป ผมเข้าใจความทุกข์ทรมานของการสูญเสียแบบไม่คาดฝันดี มีใครบ้างที่ไม่เคยอกหัก แต่ที่งงๆคือเธอบังคับให้ผมดูไพ่ทาโรต์ให้เธอฟรีๆเพื่อเป็นการทำบุญ เธอกำลังเจ็บปวดผมต้องช่วยเธอสิ

มีใครบ้างไม่อยากช่วย แต่มันไม่ใช่เวลาที่จะช่วยใช่ไหม…???

บางครั้งลูกค้าก็โทรมาเล่าว่าตัวเองเป็นเทพ เป็นเทวดา เคยนั่งสมาธิจนจิตหลุดออกจากร่าง เห็นร่างตัวเองนั่งอยู่ในห้อง ชอบทำบุญ ทำทาน สวดมนต์ไหว้พระเสริมสร้างบารมีวาสนา ผมก็ตั้งใจทำหน้าที่นักฟังอย่างเต็มที่เพื่อมาค้นพบว่าเธอเบี้ยวจ่ายค่าไพ่ทาโรต์ทั้งๆที่ปากบอกว่าตนเป็นนักบุญ

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่มันเยอะจนนับไม่ไหว

และนี่คือสุดยอดเหตุผลที่ห้ามดูฟรี

พอรุ่นน้องของ Tarot Reader คนหนึ่งรู้ว่าเจ้าตัวสามารถดูไพ่ทาโรต์ได้จึงร้องขอให้ช่วยอ่านไพ่ให้หน่อย เธอกำลังกลุ้มใจกับปัญหาหนี้สิน 7 หลักที่พ่อแม่สร้างเอาไว้ ถึงแม้จะอายุแค่ 21 ปี แต่เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดกว่าจะไม่เรียนต่อแล้วไปทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว Tarot Reader คนนี้จึงซาบซึ้งในความกตัญญูของเธอ จึงดูไพ่ให้เธอฟรีๆเพื่อสร้างพลังใจ

และไพ่ก็แม่นมาก ทำหน้าที่ปลุกพลังได้ดีเยี่ยม ขจัดความลังเลสงสัยในตัวผู้ดูจนสิ้นซาก

ช่วงแรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่พอสาวน้อยคนนี้ไปทำงาน เจอสังคมใหม่ๆบวกกับหน้าตาเธอสะสวย เธอเลยติดต่อมาหาเพื่อดูไพ่ทาโรต์เรื่องความรัก และก็เริ่มขอดูฟรีทุกๆ 3 วันตามปริมาณของคนที่เข้ามาจีบ ถามไพ่ทาโรต์ไปเรื่อยๆจนเริ่มกลายเป็นนอกเรื่อง ทุกครั้งที่ดูไพ่ เธอจะกลับไปด้วยความสุขเสมอ ผิดกับ Tarot Reader ที่เริ่มทุกข์ ในแต่ละครั้งต้องเสียเวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมงเพื่อตอบปัญหาคาใจ จนสุดท้ายตัดสินใจเรียกความเป็นส่วนตัวคืนมา

ผลปรากฏก็คือแทนที่จะได้รับขอบคุณที่ช่วยเหลือมาตลอด กลายเป็นผิดใจกันว่าทำไมไม่ยอมดูให้เหมือนเดิม สนิทกันนี่

กรรม…???

การทำอะไรให้ฟรีๆหลายๆครั้งก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีเสมอไป มันจะกลายเป็นภาระหน้าที่ที่รัดตัวคุณ ถ้าคุณอายุเยอะขึ้นเรื่อยๆ คุณจะค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงของชีวิตมนุษย์คือการไม่รับรู้เรื่องราวชีวิตของใครเลย การรู้มากเกินนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังทำให้จิตใจไม่สงบด้วย ผมจึงเฝ้าบอกใครต่อใครเสมอว่าให้คิดเงิน จะ 100 200 หรือ 500 ก็ได้ ถ้าคุณไม่สบายใจที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยเส้นทางนี้ ก็เอาเงินครึ่งหนึ่งไปทำบุญกับองค์กรที่คุณเห็นว่าเขาสามารถเอาเงินไปช่วยคนอื่นได้อีกมากมายมหาศาล ผมเองก็ทำบุญให้มูลนิธิศิริราชเดือนละ 1,000 บาท มันได้ความสุขทางใจมาเป็นของตอบแทนของจริง

สร้างกำแพงไว้บ้างครับเพื่อให้คนที่อยากจะดูไพ่กับคุณได้ออกเเรงปีนบ้าง ไม่ใช่ว่าเอะอะขอแล้วคุณต้องสนองตลอดไป การเป็นคนดีต้องตั้งอยู่บนความสุขที่ดี ถ้าคุณทำให้คนอื่นมีความสุขแต่หัวใจของคุณไม่ได้มีความสุขไปด้วย ผมว่ามันเหมือนการทรมานตนและไม่ใช่ทางสายกลางอย่างแน่นอน