Change your life

คนไทยเชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ เอาจริงๆผมก็เชื่อ แต่เชื่อในมุมมองของวิทยาศาสตร์มากกว่าเลือกที่จะเชื่อในมุมที่มองไม่เห็น ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ทุกๆท่านได้ฟังครับ

เปลี่ยนชื่อแล้วขายที่ดินได้

มีพี่ผู้ชายคนหนึ่ง เป็นคนที่มีที่ดินซึ่งเป็นมรกดของตระกูล เขาต้องการขายที่ดินผืนนั้น พยายามขายด้วยตัวเองมาซักพักก็ขายไม่ได้ พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเรื่องอสังหาริมทรัพย์มาช่วยก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขายได้ เขาเริ่มวิตกกังวลและเครียดมากๆเพราะเขาต้องการเงินก้อนจริงๆ เขาเลยไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนของเขาแนะนำให้รู้จักกับหมอดูทำนายชื่อ และเมื่อทำนายแล้ว หมอดูท่านนั้นก็แนะนำให้เปลี่ยนชื่อเพื่อขายที่ดิน…!!!

ฟังแล้วมันน่าตลกมั้ยครับ มนุษย์เราจะสามารถทะลวงปัญหาด้วยการเปลี่ยนชื่อได้จริงๆเหรอ

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังจากนั้นไม่นาน เขาสามารถขายที่ดินผืนนั้นไปได้จริงๆ

พี่ผู้ชายท่านนั้นดีใจมากๆ และให้เครดิตหมอดูผู้เปลี่ยนชื่อว่าเป็นคนที่ช่วยแก้ไขปัญหาเขาได้จริงๆ ชื่อใหม่ที่เขาได้รับมันสุดยอด และเขารักชื่อใหม่นั้นจับหัวใจ

คำถามคือเกิดอะไรขึ้น ชื่อใหม่ของเขานั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสามารถขายที่ดินได้จริงๆหรือ ถ้าเราอยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเราควรจะรีบไปเปลี่ยนชื่อเลยหรือเปล่า…???

ถ้ามองในมุมของความเชื่อ มันก็คงจะต้องเป็นเช่นนั้น แต่ถ้ามองในมุมของผู้สังเกตุการณ์อย่างผม ผมก็มีอีกมุมหนึ่งมาเขียนเพื่อให้ท่านผู้ฟังได้อ่านครับ

สะเดาะเคราะห์ VS การกระทำ อะไรชนะกรรมได้มากกว่ากัน

หลังจากที่พี่ผู้ชายท่านนั้นได้ทำการเปลี่ยนชื่อ ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนใหม่หมดตั้งแต่บัตรประชาชนจนถึงเวลาเขาเรียกตัวเอง เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใหม่ หัวใจของเขาเปิดกว้าง ความหมายของชื่อใหม่มันแปลว่าทำอะไรก็สำเร็จแน่นอน เขามีความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าเขาจะต้องประสบความสำเร็จจริงๆ

เขาเริ่มเปลี่ยนทัศนคติตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเชื่อว่าตัวเขาเองได้รับพลังแห่งความสำเร็จมาครอบครองในมือ เขาเริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เขาทำงานหนักขึ้นเพราะฉันคือคนที่มาพร้อมกับความสำเร็จ ประกาศขายที่ดินผ่าน Website ต่างๆมากยิ่งขึ้น Webboard ไหนมีคนเล่นเยอะๆเขาเข้าไปประกาศขายที่ดินของตัวเองหมด

ป้ายเหรอ เมื่อก่อนติดแค่ป้าย 2 ป้าย แต่ตอนนี้เขาเริ่มติดมันเป็น 10 อัน 20 อัน เขากล้าทุ่มเทเพราะเขาเชื่อมั่นอย่างเต็มหัวใจว่าความสำเร็จมันอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ชื่อใหม่เป็นพยานได้

เวลามีคนติดต่อเข้ามาดูที่หรือขอคุย เขาจะพูด จะสื่อสารด้วยเสียงแห่งความเชื่อมั่น น้ำเสียงสายตาบุคลิกท่าทางของเขามันสะท้อนถึงพลังอำนาจแห่งความั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

ก่อนเปลี่ยนชื่อเขาเป็นคนๆหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดี แต่พอหลังเปลี่ยนชื่อ เขามีแต่ความเชื่อว่าตัวเองเกิดมาพร้อมความสำเร็จจริงๆ

พอเขาดูดีขึ้น ดูแข็งแกร่งขึ้น ดูมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น คนก็รู้จักเขามากยิ่งขึ้น เริ่มมีการแนะนำแบบปากต่อปาก

จนสุดท้ายหลังจากที่เขาทำงานหนักมานาน เขาก็สามารถขายที่ดินออกไปได้ในที่สุด

Vittarot

แล้วอย่างนี้เราควรจะให้เครดิตอะไร ระหว่างความตั้งใจของเขา กับพลังอำนาจของชื่อใหม่

เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเราจะต้องให้เครดิตกับการเปลี่ยนชื่อได้ เพราะการเปลี่ยนชื่อนั้นไม่ได้เป็นการเปลี่ยนตัวอักษรบนบัตรประชาชนอย่างเดียว แต่มันเปลี่ยนมุมมองที่เขามีต่อตัวเองให้กลายเป็นคนใหม่ด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเขามีมุมมองแห่งความเชื่อมั่นในตัวเองตั้งแตแรกอยู่แล้ว เขาเองก็อาจจะสามารถขายที่ดินผืนนั้นได้โดยไม่ต้องรอให้ตัวเองเปลี่ยนชื่อเลย

ใช่ การเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างในชีวิตมันหมายถึงการเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อตัวเองอย่างสิ้นเขิง ไม่ต้องถึงขั้นเปลี่ยนชื่อหรอกครับ แค่คุณลองเปลี่ยนงาน เปลี่ยนร้านอาหาร หรือแม่กระทั่งลองเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของตัวเอง อย่างนี้ยังไงก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงแน่นอน

ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงแล้วคุณชอบตัวเองมากยิ่งขึ้น มุมมองของคุณที่มีต่อชีวิตตัวเองก็จะดีขึ้น และถ้าคุณมองโลกด้วยทัศนคติที่ดี มองอะไรก็เป็นโอกาสไปหมด อย่างนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร ในเมื่อคุณเป็นคนที่มีคุณสมบัติแบบที่คนประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่มี

หรืออย่างการเข้าคอร์สสัมมนาสมัยนี้สิครับ ถ้าคุณเจอวิชาที่คุณคิดว่าสามารถเอามาใช้ปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ อย่างเช่น วิชาการบริหารเงิน วิชาการบริหารเสน่ห์ แล้วคุณได้ลองทำซึ่งมันส่งผลที่ดีต่อชีวิตคุณแบบเห็นชัดๆจริงๆ อย่างนี้มุมมองของคุณที่มีต่อตัวเองและต่อโลกใบนี้ก็จะเปลี่ยนไป และเมื่อทัศนคติของคุณเปลี่ยน ชีวิตของคุณก็ต้องเปลี่ยนไปด้วยอย่างแน่นอน

มาถึงตรงนี้คุณคงพอจะเดาได้แล้วใช่ไหมครับ ทัศนคติและการเปลี่ยนแปลงคือสุดยอดพลังในการแก้ไขปัญหาชีวิตของตัวเองจริงๆ

เวลาเจอปัญหาหนักๆ ลองเปลี่ยนคำถามจากไพ่ทาโรต์สิครับ

ผมคบกับแฟนมาตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบับนนี้ปี 2561 คุณคิดว่าตลอดเวลาเราเคยมีปัญหาทะเลาะกันหรือเปล่าครับ แน่นอน มีสิ คู่รักไหนที่ไม่ทะเลาะกันก็แสดงว่าไม่เคยคุยกันมากพอ และเชื่อมั้ย เวลาผมกับแฟนทะเลาะกัน คำถามหนึ่งที่ผมชอบไพ่ทาโรต์มากๆเลยก็คือเรื่องแบบที่คุณถามกันบ่อยๆนั่นเเหละ เราจะเลิกกันมั้ย มีปัญหามือที่ 3 เข้ามาหรือเปล่า และผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะทำให้สถานการณ์ต่างๆเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เพราะคำถามนั้นเป็นคำถามที่ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด แต่ช่วงหลังๆ พอผมมีเหตุต้องทะเลาะกับแฟน คำถามที่ผมใช้มักถามไพ่ทาโรต์คือ ผมควรจะทำอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์ของเรา 2 คนดีขึ้น…??? เห็นมั้ย ผมใช้คำว่า “ดีขึ้น” เพื่อให้ไพ่มองหาหนทางนำไปสู่คำตอบที่ดีที่สุด และการมองเห็นปลายทางดีๆนั่นเเหละ คือการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง

ไพ่ทาโรตืไม่ได้อ่านยากขนาดนั้น คุณก็สามารถเข้าใจภาษาของไพ่ทาโรต์ได้ครับโดยไม่ต้องศึกษาอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวายเลย ถ้าไม่เชื่อ ลองเปลี่ยนทัศนคติจากไพ่ทาโรต์คืออุปกรณ์ทำนายทายทัก เป็น ไพ่ทาโรต์คือเพื่อนที่แสนดีของเรานะครับ แล้วลองดูไพ่ใบนี้ครับ ผมถามไพ่ว่า ไพ่จ๋า บอกผมทีนะ ผมจะทำอย่างไรถึงจะทำให้คนอื่นรู้สึกชอบไพ่ทาโรต์ขึ้นมาได้ นี่คือไพ่ที่ผมได้ครับ คุณลองอ่านไพ่ด้วยตัวเองดูนะครับ ว่าไพ่กำลังบอกอะไรวิชญ์

Thai Tarot

----------------------------------------

ถ้าคุณอยากเริ่มศึกษาไพ่ทาโรต์ด้วยตัวเองแต่ไม่อยากใช้เวลาเป็นสัปดาห์อ่านเนื้อหาทั้งหมดย้อนหลัง คุณสามารถสั่งซื้อ E-book How to learn Tarot by Vittarot 200 บาท พร้อมรับเนื้อหาพิเศษที่ไม่มีใน Blog แถมกรณีศึกษาจริงครับ

----------------------------------------

ดูเนื้อหาอื่นๆของเรา